Home Lifestyle วิถีชีวิต

วิถีชีวิต

การใช้ชีวิต, การดำเนินชีวิต ความพอเพียง แนวคิด

“วัย40 เป็นการเพิ่งเริ่มต้นของชีวิต จริงหรือ” ในวัน40มีหลายคนมองว่านั่นคือวัยเริ่มต้นของชีวิต แต่ผมว่ามันคือคำพูดงามๆที่หลอกตัวเองให้ดูดี ถ้ายังมีใครมองว่าช่วงวัย40 มันคือชีวิตที่เพิ่งเริ่มต้น ผมบอกได้เลยครับว่าบุคคลนั้นกำลังจะล้มเหลวในชีวิตตัวเองครับ วัยนี้มันคือวัยคาบเกี่ยวที่สำคัญของชีวิตมนุษย์ วัยนี้แหละครับที่มันจะบอกว่าในอนาคตของชีวิตมันจะออกมารูปไหน ในบั้นปลายของชีวิตมันจะเป็นยังไง หลายคนกำลังวุ่นวายกับการเรียนหนังสือของลูกๆที่อยู่ในวันกำลังใช้เงิน พร้อมกับที่หลายคนเริ่มเข้าโรงพยาบาล และแล้วมันคือประสบการณ์ของผมเองครับที่มาพร้อมกัน ผมดื่มหนักและสูบจัดตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยแล้วครับ พอเรียนจบชีวิตทำงานคือสายงานก่อสร้าง หนุ่มวัยทำงานกับหน่วยงานก่อสร้างมันคือสวรรค์ของอีกหลายคนที่ชีวิตทำงานไม่ต้องอยู่ในกรอบของเวลาเหมือนหนุ่มสาวในสำนักงาน แต่นั่นมันคือการลดความมีวินัยของตัวเองอย่างสิ้นเชิง หลังเลิกงานก็รวมกลุ่มกันหากับแกล้มหาเครื่องดื่มกันตั้งแต่ 5โมงเย็น แล้วความรื่นรมย์มันก็เริ่มจากที่นั่น ในยุคที่อสังหาริมทรัพย์เฟื่องฟูบุคลากรสายงานก่อสร้างรายได้มันมั่นคง เงินเดือนก็เอาไปจัดการกับครอบครัวส่วนงานบันเทิงส่วนตัวเราก็ใช้เบี้ยเลี้ยงจัดการ มันเป็นความลื่นไหลของชีวิตและครอบครัวครับ วันแล้ววันเล่าปีแลัวปีเล่า ชีวิตมันดำเนินการต่อๆกันมาโดยไม่รู้จักเบื่อ ไม่เคยกลับไปมองเลยว่าสุขภาพมันจะเป็นยังไง และแล้ววันนึงก็มาถึง วันที่ลุกจากเตียงไปทำงานไม่ใหว วันที่พูดกับตัวเองว่า “ต้องไปหาหมอแล้ว” และผมก็หวนคิดถึงคนๆหนึ่งขึ้นมา “เลิกเหล้าได้แล้วนะลูก” คำพูดของแม่ยังกังวาลอยู่เสมอ   แล้วหลังจากนั้นล่ะ เรื่องจะดำเนินไปแบบไหน แล้วบั้นปลายของผมจะเป็นยังไงตามอ่านกันนะครับ ขอขอบคุณ ท่านนักเขียนอิสระ ผู้อยากถ่ายทอดเรื่องราวประสบการณ์จริงของตนเองจากวันที่ล้มลุกคลุกคลานจนถึงวันที่กลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง  
ไลฟ์สไตล์แบบเรียบง่ายกำลังกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง หลายคนคงได้เห็นการใช้ชีวิตของหนุ่มสาวรุ่นใหม่บางคนที่ลดความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือลงในชีวิต หันกลับมาใช้ชีวิตแบบมักน้อยทั้งในด้านแฟชั่นและงานสถาปัตยกรรม MINIMALIST คืออะไรทำไมถึงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน หากย้อนกลับไปในยุคทศวรรษที่ 60 จะพบว่าเหล่าบุพผาชนชาวตะวันตกเริ่มก่อหวอดเบื่อหน่ายศิลปะแนว ABSTRACT ART  ที่เน้นสีสันและรายละเอียดแบบฟุ้งเฟ้อ หันกลับมาสู่การนำเสนองานแบบเรียบง่ายตรงไปตรงมา เน้นการดำรงชีวิตแบบ ไม่ตกแต่งอะไรมากมาย จนกลายเป็นแนวงานศิลปะและสถาปัตยกรรมที่ดูเหมือนจะไม่ใส่อะไรไปมากมายในผลงาน ปัจจุบันนักวิชาการจำนวนหนึ่งได้นิยามสังคมมนุษย์ว่าอยู่ในยุคสังคมแบบ disruption การสื่อสารและคมนนาคมเป็นแบบฉับไวสะดวกสบาย ผู้คนสามารถสื่อสารและส่งข้อมูลกันได้ที่ละมากๆ จนเรากำลังจะก้าวเข้าไปสู่การส่งถ่ายข้อมูลกันในระดับ 5G ในอีกไม่กี่ปีนี้ เมื่อพิจารณาดูแล้วดูเหมือนว่าเรากำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ความสะดวกสบายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน อย่างไรก็ตามสำหรับบางคนบางกลุ่มแล้วพวกเขากลับรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้มันมีความเยอะมากเกินไป มากมายเกินเหมือนกับกำลังพันธนาการชีวิตพวกเขาให้กลายเป็นทาสของการใช้ชีวิตแบบบริโภคนิยม ในแต่ละวันพวกเขารู้สึกไม่มีความสุขที่จะต้องดิ้นรนตื่นแต่เช้าไปทำงานและเดินทางกลับบ้านแบบเบียดเสียดในระบบขนส่งสาธารณะ การดิ้นรนขวนขวายดังกล่าวนี้เพื่อมีทรัพย์สินที่สะดวกสบาย เช่น ผ่อนบ้านหลังใหญ่และรถยนต์คันใหม่ที่ทันสมัยขึ้น ชีวิตจึงเหมือนติดกับดักให้ต้องทำงานเพื่อให้ได้ค่าจ้างมาจ่ายเพื่อบริโภคสิ่งของต่างๆจนฟุ่มเฟือยและรกเต็มบ้าน minimalist lifestyle จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในประเทศตะวันตกและประเทศที่พัฒนาแล้วกำลังเป็นที่นิยมขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินชีวิตแบบพอเพียงที่กล่าวมานี้ สำหรับสังคมไทยแล้วการใช้ชีวิตสมถะเรียบง่ายนี้มีอยู่ในหลักคำสอนของพุทธศาสนามากว่า 2500 ปีแล้ว ในหลายๆหลักคำสอนและที่โดดเด่นคือหลักการว่าด้วยเรื่องการใช้ชีวิตแบบมักน้อยในแนวสัปปายะวิถี ที่มุ่งเน้นการดำรงชีวิตและปรับแต่งสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการกินอยู่ที่สะดวกสบายและปลอดภัย มีรายละเอียดปรากฎไว้ 7 ประการคือ 1.อาวาสสัปปายะ การปรับแต่งที่อยู่อาศัยให้มั่นคงสะอาดและสะดวกสบาย ไม่มีสิ่งของมากมายจนทำให้การใช้ชีวิตประจำวันยุ่งเหยิงวุ่นวาย...
ดวงและโชคชะตามีที่มายังไง ก่อนอื่นเอาคำว่า ดวงและโชคชะตาออกไปก่อน แล้วใส่คำว่า ความคุ้นเคย เข้าไปแทนที่ เมื่อเราใช้คำว่า ความคุ้นเคย ความเคยชิน มันหมายถึงพฤติกรรมที่เราทำซ้ำไปซ้ำมา และทำให้พฤติกรรมนั้นฝังลงไปในจิตใต้สำนึก เช่นเป็นคนมีอำนาจ เป็นคนโหดร้าย สุดท้ายชีวิตก็จะลงเอยที่โดนคนใกล้ชิดทำร้าย ฉะนั้นหากจะเปลี่ยนโชคชะตาได้ คนๆนั้่นก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นในทางตรงกันข้าม การสร้างดวงชะตาทำได้ ด้วยการกำหนดพฤติกรรม แล้วเวลาที่เราอยากให้ชีวิตดีขึ้น เราต้องจูนจิต หรือสร้างความตระหนักรู้ให้เกิดในระดับของจิตใต้สำนึก โดยเริ่มจากเห็นพฤติกรรมในหนึ่งวันโดยผ่านวงจรจิต บางครั้งใน หนึ่งวัน เราสูญเสียเวลาไปกับอะไรบ้าง และอะไรบ้างที่เราใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหานั้นถูกต้องไหม  เช่น บางคนเครียดจากการทำงาน และทำงานไม่ทัน กลับมาบ้านก็หมดแรง ก่อนนอนก็เล่นโซเชียลเพื่อคลายเครียด บางคนใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงต่อวัน เดือนๆนึงหรือปีนึง หมดไปกับเรื่องที่ไม่ทำให้เราพัฒนา นั่นคือโอกาสที่เราสูญเสียไปในแต่ละวันโดยไม่สร้างมูลค่าอะไรให้ชีวิตเลย ลองปรับจิตว่า ถ้ามีเวลาหลังเลิกงาน เราอยากทำอะไร เช่น...